Pages

Wednesday, July 1, 2020

ทรัมป์ เจอมหกรรมแฉ! คนใกล้ตัวแห่เปลื้องพฤติกรรมฉาวทุกซอกมุม เรื่องงานยันครอบครัว - Sanook

sungguhviralaja.blogspot.com

คนไทยเราที่คุ้นเคยเรื่องจีนโบราณเช่นเรื่องสามก๊กคงทราบดีว่าคนสำคัญของการปกครองของแต่ละก๊กนั้นเรียกว่า "กุนซือ" และกุนซือที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักกันทั่วไปคือ "ขงเบ้ง" ซึ่งคำว่ากุนซือ (军师) แปลว่า "ที่ปรึกษาทางการทหาร หรือผู้แนะนำวางแผนด้านการทหาร" ซึ่งดูจะตรงกับตำแหน่งที่ปรึกษาความมั่นคงแห่งชาติ (National Security Advisor)  ซึ่งทำหน้าที่เป็นหัวหน้าที่ปรึกษาของประธานาธิบดีสหรัฐในเรื่องความมั่นคงแห่งชาติ

ที่ปรึกษาความมั่นคงแห่งชาติได้รับการแต่งตั้งจากประธานาธิบดีและไม่จำเป็นต้องได้การยอมรับจากวุฒิสภาเช่นรัฐมนตรีหรือนายพลแห่งกองทัพสหรัฐ โดยตำแหน่งที่ปรึกษาความมั่นคงแห่งชาตินี้เกิดขึ้นในพ.ศ. 2496 อันเป็นช่วงสงครามเย็นและพัฒนาขึ้นมาเป็นตำแหน่งสำคัญที่สุดตำแหน่งหนึ่งของวงการเมืองการปกครองสหรัฐอเมริกา

ที่ปรึกษาความมั่นคงแห่งชาติ จะเป็นประธานการประชุมของคณะกรรมการหลักของสภาความมั่นคงแห่งชาติร่วมกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสหรัฐ ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติจะรายงานต่อประธานาธิบดีโดยตรงแบบว่าเป็นคนสนิทที่ได้รับความเชื่อถือและไว้วางใจจากประธานาธิบดีสหรัฐเป็นการส่วนตัว

นอกจากนี้ ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติทำหน้าที่เป็นตัวแทนที่ซื่อสัตย์ในการคัดเลือกนโยบายสำหรับประธานาธิบดีในด้านของความมั่นคงของชาติที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติสามารถให้คำแนะนำด้านสถานการณ์รายวัน (เนื่องจากความใกล้ชิดกับประธานาธิบดี) ต่อประธานาธิบดีโดยไม่ขึ้นกับผลประโยชน์ของหน่วยงานใดหรือบุคคลใดในยามวิกฤตการณ์ หรือ สถานการณ์ฉุกเฉิน ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติสามารถดำเนินงานได้จากจากห้องสถานการณ์ทำเนียบขาว หรือศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินของประธานาธิบดีได้อีกด้วย

ที่ปรึกษาออกหนังสือเล่าพฤติกรรมฉาว

ครับ... ตำแหน่งที่ปรึกษาความมั่นคงแห่งชาติเป็นตำแหน่งที่ประธานาธิบดีเป็นคนแต่งตั้งคนที่ไว้วางใจได้จริง ๆ ด้วยตัวเอง ในประวัติศาสตร์มีที่ปรึกษาความมั่นคงแห่งชาติจาก ปี 2496-2563 จำนวน 28 คน แต่มีเพียง นายจอห์น โบลตัน อดีตที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติ คนที่ 3 ของประธานาธิบดีทรัมป์เพียงคนเดียวที่ได้เขียนหนังสือออกมาสาวไส้เจ้านายเก่าอย่างเผ็ดร้อนในหนังสือเรื่อง "The Room Where it Happened - ห้องที่เกิดเหตุการณ์ขึ้น"

เนื้อหาโดยสังเขปของหนังสือเล่มนี้เริ่มด้วยการกล่าวหาว่าประธานาธิบดีทรัมป์จะทำทุกอย่างเพื่อประโยชน์ของตัวเองในการเลือกตั้ง โดยไม่คำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศชาติและเนื้อหายังมีข้อมูลที่เป็นความลับมากมายที่แสดงถึงถึงความเจ้าเล่ห์ และเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตนมาก่อนผลประโยชน์ของประเทศชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งความปรารถนาที่ประธานาธิบดีทรัมป์ต้องการที่ชนะเลือกตั้งประธานาธิบดีสมัยที่สองถือเป็นความสำคัญเหนือสิ่งอื่นใดซึ่ง

นายจอห์น โบลตัน อ้างว่าเขายอมรับไม่ได้ โดยเริ่มต้นจากกรณีที่ประธานาธิบดีทรัมป์ได้ชะลองบช่วยเหลือทางทหารแก่รัฐบาลยูเครนที่กองทัพยูเครนจำเป็นต้องนำไปใช้จ่ายเพื่อต่อสู้กับการรุกรานของกองทัพรัสเซีย ที่รัฐสภาสหรัฐ ได้ผ่านมติเรียบร้อยแล้ว

แต่ประธานาธิบดีทรัมป์ได้กดดันผู้นำยูเครนว่า งบนี้จะปล่อยไปช่วยยูเครนก็ต้องแลกกับประธานาธิบดีคนใหม่ของยูเครน จะต้องตั้งเรื่องว่ากำลังสอบสวนกรณีนายโจ ไบเดน (คู่แข่งในการชิงชัยประธานาธิบดีกับทรัมป์) มีการได้รับผลประโยชน์ ที่ลูกชายของโจได้นั่งเป็นประธานบริษัทแก๊สใหญ่สุดของยูเครนโดยนายจอห์น โบลตันอ้างว่าเขาอยู่ในห้องที่เกิดเหตุเมื่อทรัมป์โทรศัพท์ไปต่อรองกับผู้นำยูเครนครั้งนั้นด้วย

นอกจากนี้นายโบลตันยังแฉถึงการที่ทรัมป์ได้ต่อรองแลกผลประโยชน์ส่วนตัวกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิงแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนโดยขอให้ประธานาธิบดีสี จิ้นผิงให้ช่วยซื้อสินค้าเกษตรที่เป็นสินค้าหลักของบรรดามลรัฐทางภาตตะวันตกกลางเป็นฐานเสียงของทรัมป์ เพื่อเขาจะได้กลับมาเป็นประธานาธิบดีในรอบสองนี้โดยแลกเปลี่ยนกับการที่ประธานาธิบดีทรัมป์เห็นดีเห็นงามกับการที่ทางการจีนจับชาวอุยกูร์ในแคว้น

ซินเจียงกว่า 1 ล้านคนไปขังในค่ายกักกันเพื่อบังคับให้เลิกต่อต้านรัฐบาลจีนคอมมิวนิสต์อันขัดแย้งกับนโยบายหลักของสหรัฐอเมริกาในเรื่องสิทธิมนุษยชนอย่างแรงมากทีเดียวโดยนายโบลตันเล่าในหนังสือว่า นายทรัมป์พูดเลยว่า ขอให้ประธานาธิบดีสี จิ้นผิงช่วยเขาให้กลับได้รับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีอีกในสมัยที่สอง

ยังมีเรื่องการเจรจาระหว่างประธานาธิบดีทรัมป์กับประธานาธิบดีปูติน ที่นายโบลตันตั้งข้อสังเกตว่าก็เช่นเดียวกัน คือ ทรัมป์ยอมอ่อนข้อให้ก็เพื่อให้รัสเซียช่วยในการเลือกตั้งของทรัมป์อีกด้วย  ซึ่งหนังสือเล่มนี้คงทำความเสียหายต่อโอกาสในการเลือกตั้งประธานาธิบดีทรัมป์สมัยที่สองอย่างใหญ่หลวงแน่นอน

แฉทรัมป์โกงมรดกหลาน

หนังสืออีกเล่มหนึ่งเป็นของหลานสาวแท้ ๆของประธานาธิบดีทรัมป์ชื่อแมรี ทรัมป์ อายุ 55 ปี ผู้เป็นลูกของนายเฟรเดริค ทรัมป์ จูเนียร์พี่ชายคนโตพ่อแม่เดียวกันของประธานาธิบดีทรัมป์ โดยแมรี ทัมป์เขียนหนังสือ ชื่อว่า "มากเท่าไหร่ก็ไม่เคยพอ; ครอบครัวของเราได้ช่วยกันสร้างผู้ชายที่อันตรายที่สุดของโลกขึ้นมาได้อย่างไร? (Too Much and Never Enough; How My Family Created the World’s Most Dangerous Man)" พิมพ์โดยสำนักพิมพ์ Simon & Schuster

หนังสือเล่มนี้จะวางตลาด ในวันที่ 28 กรกฎาคม ที่จะถึงนี้ซึ่งเป็นเวลาเพียง 3 เดือนก่อนวันลงคะแนนเลือกตั้งประธานาธิบดีในเดือนพฤศจิกายนปีนี้เพื่อเปิดโปงประธานาธิบดีทรัมป์ให้พินาศย่อยยับไปเลยเพราะแค่เพียงตัวอย่างคือ เธอเล่าว่า อาทรัมป์โกงมรดกที่คุณปู่เฟรเดริก ทรัมป์ ตั้งเป็นกองมรดกให้แก่เหล่าทายาททั้งหมด โดยที่ทรัมป์อ้างบ่อยครั้งว่าว่า เขาได้รับเงินจากพ่อมาตั้งตัวแค่ 1 ล้านเหรียญสหรัฐนั้น ที่แท้จริงแล้วประธานาธิบดีทรัมป์ได้เงินไปจากพ่อถึง 400 ล้านดอลลาร์ และเกิดขึ้นในช่วงที่พ่อของเขาเริ่มเป็นอัลไซเมอร์แล้วโดยตัวแมรี ทรัมป์และน้องชายถูกโกง จนเธอได้ฟ้องทรัมป์ในพ.ศ 2543 และถูกแกล้งต่างๆ นานาเนื่องจากพ่อของแมรี ทรัมป์ ตายตั้งแต่เมื่อมีอายุเพียง 42 ปี แมรีกับน้องจึงตกอยู่ในความดูแลของโดนัลด์ ทรัมป์ และถูกประธานาธิบดีทรัมป์โกงมรดกของเธอด้วย

ขณะนี้แมรี ทรัมป์ผู้จบปริญญาเอกด้านจิตวิทยาโดยได้เปิดธุรกิจให้คำปรึกษาแก่คนที่ปัญหาทางจิตเป็นที่น่าเชื่อถือของคนทั่วไป และในหน้าเว็บไซต์ของเธอแสดงความเสียใจอย่างมากเมื่อทรัมป์ชนะเลือกตั้งเมื่อปี 2559 และหนังสือเล่มนี้ก็จะออกมาเพื่อสกัดไม่ให้ทรัมป์ได้เข้าทำเนียบขาวอีกครั้งหนึ่ง นั่นเอง

Let's block ads! (Why?)



"มีชื่อเสียง" - Google News
July 01, 2020 at 02:54PM
https://ift.tt/3itdUs2

ทรัมป์ เจอมหกรรมแฉ! คนใกล้ตัวแห่เปลื้องพฤติกรรมฉาวทุกซอกมุม เรื่องงานยันครอบครัว - Sanook
"มีชื่อเสียง" - Google News
https://ift.tt/36UBHvx

'ก้อย ศรัณย่า'แฮปปี้ชีวิตโสด แต่ไม่เคยปิดประตูหัวใจ - หนังสือพิมพ์แนวหน้า

sungguhviralaja.blogspot.com

วันพุธ ที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2563, 14.22 น.

นักร้องเสียงดีอีกคนของวงการบันเทิง ที่มีชื่อเสียงโด่งดังมากอย่าง ก้อย ศรัณย่า ได้มาเปิดใจในรายการ ต้มยำอมรินทร์ ผลิตโดย CHANGE2561 เล่าเรื่องราวความรักของตัวเองที่ครั้งหนึ่งในชีวิตเคยเกือบเป็นเจ้าสาวมาแล้ว แต่งานวิวาห์ที่วาดฝันเป็นอันต้องล่ม พร้อมเปิดสถานะถึงตอนนี้จะไร้คนดูแลหัวใจก็จริงแต่ชีวิตแฮปปี้ไม่มีเหงา เพราะเราสามารถเติมเต็มความสุขให้ตัวเองได้ไม่ต้องรอรับจากใคร และยังได้อัพเดทชีวิตช่วงว่างจากการร้องเพลงตอนนี้ลุยทำขนมขายในช่วงยามว่าง

ก้อย : เคยมีคนขอแต่งงานแล้ว ตอนอายุ 29 แล้วก็ไม่ได้แต่งกับเขา มีภาพนั้นเกิดขึ้นแล้วในชีวิตเพราะว่าน่าจะชอบเขามากแต่เราปฏิเสธ แต่เรามีเหตุผลหลายอย่าง ที่ทำให้เราไม่แต่งกับเขาค่ะ เลยโสดเลย

ถาม ตอนนี้มีแฟนไหม

ก้อย : ทำไมดูเหมือนไม่มีแฟนเหรอ ใช่ค่ะ ไม่มี หมายถึงว่าดูเหมือนเป็นคนที่นิ่งก็ไม่นะ  คือ ถ้าเราชอบใครเราก็จะบอกเขาว่าเราชอบ เราอยากคบ คือ ถ้าเราไปพูดว่าเราชอบเขาคือ เราจีบเขาก่อนไหม แต่เราก็ต้องดูแนวโน้มก่อนที่เราจะไปพูดกับคนคนนั้นด้วยนะว่าเขาจะชอบเราไหม ไม่ไปพูดแล้วเราต้องไปตามเขาเราไม่พูด

ถาม อะไรคือจุดที่ทำให้เราคิดว่า ครองโสดอยู่แบบนี้

ก้อย : มันก็เหมือนเดิมนะ ไม่มีใครที่ถูกใจเรา

ก้อย : โสดมานานแล้วค่ะ มีคนเข้ามาจีบบ้างแต่ไม่ชอบ พอเราไม่ชอบคือไปต่อไม่ได้เลย เพราะไม่รู้จะไปต่อยังไงก็เป็นเพื่อนเป็นอะไรไปกันดีกว่า เราก็ชัดเจนกับเขาเลย

ถาม ทำไมโสดมาถึงตอนนี้ หรือ ตั้งใจไม่แต่งงาน

ก้อย :  อุ๊ย !! ตั้งใจสิคะ เหมือนถึงว่าตอนที่เราเป็นวัยรุ่นสาวๆเราก็คิดว่า ถ้ามีคนที่เรารักมีครอบครัว ทุกคนมีความฝัน

ถาม ก่อนหน้านี้เคยคิดว่าตัวเองจะมีลูกไหมคะ

ก้อย : ก่อนหน้านี้เคยคิดว่าตัวเองจะมี

ถาม จริงไหมที่ พี่ก้อย คือ คาสโนวี่ เพราะมีข่าวลือมาแบบนี้ คือ แบบคุยพร้อมกันหลายๆคน

ก้อย : ไม่เลยค่ะ คุยทีละคน เวลาเราจะเลิกกับคนที่หนึ่งแล้วไปมีคนที่สอง ต้องมีคุยซ้อนๆนิดนึง แต่ไม่ใช่แบบวางแผนอะไรไม่มี เพราะอย่างเราอยู่โรงเรียนราชินีเป็นโรงเรียนหญิงล้วน แล้วโรงเรียนปิดแล้วกลับบ้านผู้ปกครองต้องมารอจุดนี้นะ บ้านพ่อแม่ก็เลี้ยงไม่ได้ให้เราออกไปไหน พอเราเข้าจุฬาฯ เราก็มีแฟนเลยปีหนึ่งก็มีแฟนเลย แล้วก็เป็นแฟนกับคนนี้แล้วก็มีแฟนคนที่สองเลยทิ้งคนที่หนึ่งไป ลักษณะการคบหาคือก็คุยนะ เจอยูแล้วรู้สึกดี แต่ไม่เคยสัญญาอะไร เพราะที่เราไม่สัญญาเพราะเราก็ไม่แน่ใจว่าจะไปเจอใครที่ดีกว่าเขาไหม แล้วเราจะเปลี่ยนใจหรือเปล่า

ถาม เหงาไหม เพราะเราไม่ได้มีคนคุยด้วยเลย

ก้อย : ไม่เลย ไม่รู้สึกกับคำว่าเหงาเลยว่าเป็นยังไง  24 ชั่วโมงมันแทบจะไม่พออยู่แล้ว คือ ตัวเองมีความสุขที่จะได้ดูแลคนอื่น มีความสุขในสิ่งที่ตัวเองรัก เบเกอรี่ ไปเท่าไหร่ ร้องเพลงอีก เตรียมตัวอีก วันอาทิตย์ร้องเพลงที่โบสถ์อีก ดูแลน้องๆที่นั่นดูแลจิตใจของเขา เรามีกลุ่มเพื่อน พี่ น้อง

ถาม งานร้องเพลงก็หยุดไปกลายๆช่วงโควิด ทำๆอะไร

ก้อย : ทำขนมค่ะ ชอบทำในสิ่งที่ตัวเองชอบทำ อย่างเราชอบทานขนมฝรั่ง เราก็เลยทำ บราวนี่ เป็นสิ่งแรกที่เราหัดทำ เพราะว่ามันไม่ต้องใช้เครื่องตีมันใช้มือได้ แล้วคือแค่มีเตาอบก็ทำได้แล้ว แต่ความอร่อยของแต่ละคนก็ไม่เหมือนกัน เพราะคนละสูตรกัน เพราะส่วนประกอบมันเยอะ แป้ง เนย วนิลา แต่ของเราก็จะใช้แต่วัตถุดิบที่ดี

ก้อย : เริ่มต้นที่ทำขาย ก็เหมือนการร้องเพลง เราไม่รู้หรอกว่าร้องเพราะหรือเปล่า จนมีคนตบมือ ขนมก็เหมือนกัน เราก็ไม่รู้หรอกแต่เราทำแล้วเราชอบ แล้วเพื่อนมาทานเขาก็บอกว่าอะไร แล้วก็เกิดการทำขายขึ้นมา

ก้อย : สั่งทางไลน์ เราไม่มีหน้าร้านนะคะ เพราะเป็นของ โฮมเมดจริงๆ ผลิตภัณฑ์เราทำแบบเรียบร้อยแต่ของที่ประกอบเป็นขนมออกมาคือ ดีที่สุด

ก้อย : ของเราก็จะมี เลม่อนเบส เราจะทำจากมะนาวล้วนๆ ข้างในจะมีเปลือกมะนาวอยู่ด้วยกระจายไปหมดเราอยากทำให้ทุกคนได้ทานของอร่อย ส่วนอีกอย่างคือ บราวนี่ เราก็ทำจากช็อคโกแลตที่นำเข้าจากต่างประเทศเลย คือทุกอย่างที่เราทำพรีเมียร์ล้วนๆคะ สามารถสั่งได้ทางไลน์ชื่อ saranyahomebaked เลยค่ะ

Let's block ads! (Why?)



"มีชื่อเสียง" - Google News
July 01, 2020 at 02:22PM
https://ift.tt/2VzrGj3

'ก้อย ศรัณย่า'แฮปปี้ชีวิตโสด แต่ไม่เคยปิดประตูหัวใจ - หนังสือพิมพ์แนวหน้า
"มีชื่อเสียง" - Google News
https://ift.tt/36UBHvx